>> คอลัมน์ย้อนหลัง <<

>> เปิดงานวิจัยชายรักชาย      
      & เรื่องของคนวัยทีน  I

 >> เคล็ดลับใส่ยีนส์ให้เซ็กซี่
      & เรื่องของคนวัยทีน  II

>> สะโพกบอกนิสัยได้ด้วยน่ะ
      & เรื่องของคนวัยทีย  III
 
 
เปิดงานวิจัย ชายรักชาย ในกลุ่มนักศึกษาแพทย์
 สาระ หลากหลาย

สบายอารมณ์

เปิดงานวิจัย ชายรักชาย ในกลุ่มนักศึกษาแพทย์  

           เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่า บุคคลที่ "รักเพศเดียวกัน"     ไม่ใช่คนที่มีความผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากเป็นเพียงกลุ่มที่มี "รสนิยม" ทางเพศ "แตกต่าง" ไปจากเพศกระแสหลัก หรือชายจริง-หญิงแท้ นั่นเอง

          และถึงแม้ว่าในปัจจุบันสังคมจะเปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศ  มาก ขึ้น หากใน "บางมุม" เรื่องเหล่านี้ก็ยังเป็นเรื่อง "ต้องห้าม" ที่ต้องปกปิด ด้วยเหตุผล "ความน่าเชื่อถือ" ทางสังคม


อย่างกรณีของ...นักศึกษาแพทย์ชายรักชาย!!!

ประเด็นร้อนนี้ถูกเปิดเผย โดยนายธวัชชัย พาชื่น นักศึกษาปริญญาโทสาขาสังคมศาสตร์สุขภาพ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่นำเสนอผลงานวิจัย      เรื่อง "กระบวนการหล่อหลอมในวิชาชีพแพทย์กับความเป็นชายที่รักเพศเดียวกัน" โดยผลงานวิจัยศึกษาใน 2 กลุ่ม ได้แก่ นักศึกษาแพทย์ชายรักชาย ชั้นปี 1-6 และนักศึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือแพทย์ประจำบ้าน ปี 1-3 จำนวน 5 ราย รวมทั้งบุคลากร และบุคคลในโรงเรียนแพทย์ที่มีโอกาสใกล้ชิดกับนักศึกษาแพทย์ชายรักเพศ   เดียวกัน เช่น เพื่อนร่วมชั้น อาจารย์ บุคลากรในโรงพยาบาล และผู้ป่วย จำนวน   9 ราย ในโรงเรียนแพทย์เขตกรุงเทพฯ 3 แห่ง
      เจ้าของผลงานวิจัยบอกวัตถุประสงค์ที่จุดประกายให้ลงมือทำวิจัยชิ้นนี้ แม้ขั้นตอนการวิจัยจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากนักเรียนแพทย์ชายรักชายในการให้ข้อมูลว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความลื่นไหลทางเพศสามารถเกิดกับใครก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนแพทย์ แต่ด้วยวินัยที่เข้มงวดของวิชาชีพ ทำให้นักเรียนกลุ่มนี้ไม่สามารถแสดงออกได้อย่างชัดเจน และต้องจำยอมลดทอนการแสดงออกถึงตัวตนทางเพศ เพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีในวิชาชีพ

         จากความพยายามจัดการความขัดแย้งในเรื่องเพศนี้เอง ได้จุดความน่าสนใจ ในเขาลงมือศึกษาวิถีชีวิตของนักเรียนแพทย์กลุ่มน
         "ในอดีตมีการพูดถึงปรากฏการณ์เรื่องชายรักเพศเดียวกันในโรงเรียนแพทย์อยู่บ่อยๆ แต่ไม่ชัดเจน เนื่องจากจรรยาบรรณแพทย์ค้ำคอคนกลุ่มนี้ให้ปกปิดตัวตนที่แท้จริงต่อหน้าสาธารณชน ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แม้จะมีจำนวนนักศึกษาแพทย์ชายรักชายเพิ่มขึ้นก็ตาม"   
ด้วยภาพลักษณ์ต่อการเป็นแพทย์ ทำให้นักศึกษาแพทย์ชายรักชายต้องมีวิถีชีวิต 2 แบบ
      ธวัชชัยบอกว่า เมื่ออยู่ในสถาบันศึกษานักศึกษาแพทย์ที่รักเพศเดียวกันจะปฏิบัติตนเหมือนนักศึกษาแพทย์ชายทั่วไป เป็นผู้ชายเรียบร้อย อยู่ภายใต้กฎระเบียบของโรงเรียนเพื่อให้น่าเชื่อถือ แต่เมื่ออยู่นอกสถานศึกษา พวกเขาจะแสดงออกถึงตัวตนทางเพศอย่างชัดเจน มีวิถีชีวิตไม่แตกต่างจากคนอื่น

"การวางตัวของนักศึกษาแพทย์ชายรักชายมีหลายแบบ เช่นกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน พวกเขาจะไม่ปิดบังพฤติกรรมเรื่องเพศ เพราะส่วนใหญ่รับได้และคุ้นเคย ตรงกันข้ามกับอาจารย์แพทย์จะวางตัวเรียบร้อย ส่วนกับผู้ป่วย พวกเขาจะควบคุมท่าทางการแสดงออกที่อาจบ่งบอกได้ว่าเป็นคนรักเพศเดียวกัน เนื่องจากกลัวว่าจะขาดความน่าเชื่อถือและถูกมองในแง่ลบ"
โดยในผลงานวิจัย อาจารย์วอ (นามสมมุติ) อาจารย์นายแพทย์ อายุ 38 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องรักเพศเดียวกัน ต่างคนก็ต่างความคิด ซึ่งบางคนอาจบอกว่าไม่เหมาะสม แต่ในความเห็นของอาจารย์ ถ้าเขาเป็นคนดี ดูแลคนไข้ดี ไม่แสดงออกต่อหน้าคนไข้ อาจจะดูออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่ไม่น่าเกลียดจนเกินไป ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อาจารย์ก็ไม่มีปัญหา

ส่วนในมุมมองของ "ผู้ป่วย" สุนันทา (นามสมมุติ) ผู้ป่วยหญิงแผนกสูตินารีเวช อายุ 43 ปี บอกว่า ไม่เลือกว่าหมอที่รักษาจะเป็นเพศไหน เพราะคิดว่าไม่ว่าจะเพศไหนก็ดูแลคนไข้ดี โดยส่วนตัวยังไม่เคยรักษากับหมอที่แสดงออกชัดเจนว่ามีรสนิยมรักเพศเดียวกัน เคยรักษาแต่กับหมอเรียบร้อย ซึ่งก็ดูแลรักษาดีไม่ต่างจากหมอคนอื่น

ธวัชชัยบอกปิดท้ายว่า แม้งานวิจัยนี้จะยืนยันถึงการมีอยู่จริงของคนกลุ่มนี้ในสถาบันแพทย์ แต่จากการศึกษาไม่ปรากฏว่าการรักเพศเดียวกันจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติ ศักดิ์ศรี และความมั่นคงของสถาบันแพทย์
ข้อมูลจาก http://campus.sanook.com
B y...