>> คอลัมน์ย้อนหลัง <<
 

              

               และแล้ว MacBook Air คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่บางที่สุดในโลกก็เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว       
          ทันทีที่ผ่านขั้นตอนต่างๆ ที่สนามบิน ทีมงาน iStudio.in.th ก็รีบนำมาเปิดตัวที่นี่เป็นแห่งแรกของ
          ประเทศ

              ลดขนาด ประหยัดพลังงาน


              สตีฟ จ็อบส์กล่าวไว้เมื่อเดือนที่แล้วในคีย์โน้ตงาน MacWorld San Francisco 2008 ว่า แม้แต่กล่องของ   
      MacBook Air ก็ลดขนาดลง ทำให้สามารถขนส่งได้มากขึ้นในตู้คอนเทนเนอร์เดียวเป็นการช่วยประหยัดพลัง   
     งานในการขนส่งไปในตัวนั่นเอง

            บรรจุภัณฑ์ของ MacBook Air นี้ถูกออกแบบมาแนวเดียวกับของ iPhone และ iPod touch เลย
            ตัวกล่องสีดำขลับ ใช้ฝาบนครอบตัวกล่องไว้ เมื่อต้องการเปิดก็เพียงค่อยยกฝาบนออกเท่านั้นเอง

            ทันทีที่ยกฝากบนออกก็จะพบกับ MacBook Air นอนรออยู่บนถาดพลาสติกสีดำ


       ภายใต้ถาดนี้คือของแถม เอ้ย...คืออุปกรณ์ทั้งหมดที่มาพร้อมกับเครื่องเริ่มจาก MagSafe power adapter   
และปลั้กไฟ ส่วนในซองสีขาวนี้คือ adpater สำหรับเชื่อมต่อกับจอภายนอกทั้งแบบ DVI และ VGA

    ส่วนกล่องสีดำด้านล่างเมื่อเปิดออกดูจะพบกับหนังสือแนะนำให้รู้จักกับเครื่องหน้าปกเขียนว่า Everything Mac และซองสีขาวที่เขียนว่า Everything Else บรรจุเอาแผ่น DVD ซอฟแวร์ 2 แผ่น สติ้กเกอร์ลูกแอ็ปเปิ้ลสีขาว ผ้าเช็ดเครื่องและเอกสารอื่นๆ




      ดูรายละเอียดตัวเครื่องกันว่าออกแบบได้สวยงามขนาดไหน ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมอะโนไดซ์ ที่เรียบเนียนเหมือน iPod classic เพียงมองก็รู้สึกได้ถึงความหรูหรา ไม่มีความรู้สึกแข็งกระด้างเลย เหลี่ยมมุมต่างๆ ถูกออกแบบมาให้โค้งมนจนรู้สึกทันทีว่าบางซ่อนรูปจริงๆ
เมื่อวางเทียบกัน Apple Keyboard รุ่นใหม่ที่บางเบา แล้วดูกันชัดๆ ได้เลย



     เมื่อเทียบขอบเครื่องด้านที่บางที่สุดของ MacBook Air ความสูงเพียง 0.4 ซ.ม. กับขอบที่บางที่สุด Apple Keyboard ใหม่ เห็นได้ว่า MacBook Air สูงกว่าเล็กน้อย ต่อไปลองเทียบขอบด้านที่สูงที่สุดของ MacBook Air ความสูง 1.94 ซ.ม. กับขอบที่หนาที่สุดของ Apple Keyboard ก็จะเห็นได้ว่าสูสีกันมาก แต่ก็ยังบางกว่า MacBook Pro ที่สูง 2.59 ซ.ม. และ MacBook ที่สูงถึง 2.75 ซ.ม.
     เมื่อเปิดฝาขึ้นก็จะพบกับหน้าจอ LCD ขนาด 13.3 นิ้วแบบ widescreen ส่วนประกอบของจอภายใน MacBook Air ใหม่นี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด เพราะชิ้นส่วนภายในปราศจากสารปรอทและกระจกที่ใช้ก็ปราศจากสารหนู  ใช้หลอดไฟแบ็คไลต์แบบ LED ช่วยให้ประหยัดพลังงานกว่าหลอดไฟแบบ Cold Cathode Fluorescent เดิม แถมยังให้ความสว่างทันทีที่เปิดใช้งาน และที่สำคัญให้ความสว่างมากกว่าจอ LCD ที่ใช้ไฟแบ็คไลต์แบบเดิมอีกด้วย

     คีย์บอร์ดที่มาพร้อมกับเครื่องดูไปแล้วก็เหมือนกับคีย์บอร์คของ MacBook เพียงแต่เป็นสีดำ ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะคีย์บอร์ดของ MacBook Air นี้มีไฟแบ็คไลต์เช่นเดียวกับ MacBook Pro เลย ทันทีที่แสงสว่างภายนอกลดลง เซนเซอร์ที่อยู่ด้านซ้ายมือของกล้อง iSight จะบอกให้ระบบปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม และเปิดไฟแบ็คไลต์ของคีย์บอร์ดให้คุณทำงานต่อไปได้อย่างราบรื่น



    แน่นอนว่า MacBook Air มาพร้อมกับกล้อง iSight ให้คุณคุยวิดีโอแชตได้ทันที ผ่านทางไมโครโฟนที่อยู่ทางด้านขวามือของกล้องนี้เอง
   Trachpad ขนาดใหญ่ขึ้น ปุ่มกดถูดลดขนาดลงเพื่อเพิ่มเนื้อที่ให้คุณใช้งาน Multitouch บน trackpad ได้เต็มที่ คุณสามารถใช้นิ้ว 2 นิ้วสั่งย่อขยายหรือซูมรูปได้ หรือจะสั่งให้หมุนรูปก็ยังได้ เท่านั้นยังไม่พอ คุณสามารถใช้นิ้ว 3 นิ้วลากผ่าน trackpad ใหม่นี้เพื่อเปลี่ยนหน้าใน Cover Flow ได้อีกด้วย





       คุณจะไม่พบตะขอเกี่ยวสำหรับพับปิดหน้าจอลงมา เพราะ MacBook Air ใช้แม่เหล็กดูดให้หน้าจอปิดสนิท โดยรอบๆ หน้าจอจะมีขอบยางช่วยอยู่อีกแรง เมื่อลองกดที่ฝาบนรอบๆ ตัวเครื่อง ขอบยางนี้เป็นตัวช่วยรับแรงกดได้อย่างดีเช่นกัน



    สำรวจรอบๆ ตัวเครื่องจะพบตัวรับอินฟราเรตอยู่ด้านหน้าเครื่อง หากคุณใช้ Apple Remote กับ iMac หรือ iPod ของคุณอยู่แล้ว ก็สามารถใช้กับ MacBook Air ได้ทันที ด้านขวามือจะพบฝาปิดเล็กๆ สังเกตุได้จาก icon เล็กได้ว่าที่ตรงนี้คือพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ MacBook Air กับอุปกรณ์ภายนอกนั่นเอง



        เมื่อเปิดออกก็จะพบกับพอร์ตสำหรับเสียบหูฟังสำหรับดูหนังฟังเพลงส่วนตัวด้วยหูฟังชุดเก่ง
ของคุณขณะเดินทางโดยไม่รบกวนคนอื่นและยังมีพอร์ต USB สำหรับต่อกับอุปกรณ์ที่คุณมีอยู่แล้ว และพอร์ต micro-DVI สำหรับให้คุณเชื่อมต่อ MacBook Air เข้ากับจอภายนอกไม่ว่าจะเป็นแบบ DVI หรือ VGA ด้วย adapter ที่มีมาให้ หากต้องการต่อกับจอภาพแบบ S-video หรือ composite คุณต้องการ adpater อีกแบบหนึ่ง (มีแยกจำหน่าย)



      ทางด้านซ้ายมือเป็นพอร์ตสำหรับ MagSafe power adpater คุณสามารถเสียบ MagSafe power adapter ของ MacBook เข้าไปได้ แต่จะไม่สามารถวางเครื่องลงบนพื้นเรียบๆ ได้ เพราะสายไฟจะค้ำอยู่ MagSafe power adapter ของ MacBook Air เองจึงถูกออกแบบมาให้หักมุมหลบให้



     ส่วนด้านล่างตัวเครื่องไม่มีที่สำหรับเพิ่ม RAM หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะ RAM ที่ติดตั้งมาถาวรในเครื่องมีให้ถึง 2GB แล้วเพียงพอสำหรับทำงานทั่วไปได้อย่างสบาย
ส่วนแบตเตอรี่นั้นทาง Apple มีบริการเปลี่ยนให้เมื่อคุณต้องการ


   
      เปลี่ยนคำจำกัดความของชีวิตดิจิตอล

     นี่เป็นผลิตผลของความทุ่มเทของทุกฝ่ายใน Apple จนได้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่บางที่สุดในโลกขณะนี้ โน้ตบุ๊คที่จะไม่ทำให้ไหล่ของคุณต้องอักเสบจากการแบกหามอีกต่อไป

           คุณสามารถพา MacBook Air ไปได้ทุกที่ในที่ทำงานของคุณ หรือจะพาออกไปทำงานนอกสถานที่ก็ไม่ต้องคอยกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็วหรือเปล่า ไม่ต้องเมื่อยตักเมื่อต้องควักเอา MacBook Air ออกมานั่งคุยวิดีโอแชตขณะแวะจิบกาแฟ หรือระหว่างการเดินทางอันยาวนานของคุณ MacBook Air ช่วยให้คุณมีความสุขไปกับหนัง MPEG4 H.264 ที่คุณเตรียมไว้ชมฆ่าเวลาได้อย่างเต็มที่

   ที่มา : www.sanok.com (กระทู้: แกะกล่องรีวิว MacBook Air : เผยโฉมความบางสุดๆ)